รักษ์สุขภาพ - ตอนที่ 85 การจัดการความเครียดในชีวิต (10)

แล้วเมื่อใดควรพบแพทย์? หากอาการทางอารมณ์ดำเนินต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์ ส่งผลต่อการทำงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว ทำให้ทุกข์ใจอย่างมาก หรือเริ่มใช้วิธีรับมือที่ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือใช้สารเสพติด ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพราะการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมักช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วกว่า

ครอบครัวและเพื่อนก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน หลายครั้งคนรอบตัวสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงก่อนเจ้าตัวเสียอีก หากพบว่าคนใกล้ชิดแยกตัวจากสังคม กังวลมากผิดปกติ หมดหวัง หรือพูดถึงความตายหรือการทำร้ายตนเอง ควรชักชวนให้ไปพบผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งรับฟังและให้กำลังใจโดยไม่ตัดสิน

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด คือ การบอกให้ผู้ป่วย "เข้มแข็งกว่านี้" หรือ "เลิกคิดมาก" คำพูดเช่นนี้ไม่ได้ช่วยให้โรคดีขึ้น เพราะโรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้าเป็นโรคจริง การได้รับความเข้าใจ ความเมตตา และการรักษาที่อาศัยหลักฐานทางวิชาการ มีประโยชน์มากกว่าการตำหนิหรือกล่าวโทษ

จงจำไว้ว่า การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการดูแลตนเองอย่างมีความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับที่เรารีบพบแพทย์เมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกหรือมีไข้สูง เราก็ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เมื่อความทุกข์ทางใจรุนแรงหรือดำเนินต่อเนื่องจนกระทบต่อชีวิต

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็ส่งผลต่อการนอนเช่นกัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ การดื่มกาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงก่อนนอน ขณะเดียวกัน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในเวลากลางวันก็ช่วยให้หลับลึกขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักในช่วงใกล้เวลาเข้านอน

การนอนไม่หลับเป็นครั้งคราวในช่วงที่มีความเครียดถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากนอนไม่หลับตั้งแต่สามคืนต่อสัปดาห์ขึ้นไป ติดต่อกันหลายเดือน หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า หรือโรคทางกายบางชนิด ซึ่งสามารถรักษาได้

การนอนหลับไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นความต้องการพื้นฐานของร่างกาย เช่นเดียวกับอาหารที่ดีและการออกกำลังกาย การให้ความสำคัญกับการนอนหลับ จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่งในการลดความเครียด เสริมสร้างสุขภาพจิต และป้องกันโรคในระยะยาว

การจัดการความเครียดจากการทำงานและการป้องกันภาวะหมดไฟ

สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ การทำงานเป็นส่วนสำคัญของชีวิต งานช่วยสร้างรายได้ ความมั่นคง ความภาคภูมิใจ และโอกาสในการพัฒนาตนเอง การทำงานที่มีความหมายยังเปิดโอกาสให้เราได้ช่วยเหลือผู้อื่นและสร้างประโยชน์แก่สังคม อย่างไรก็ตาม หากความเครียดจากการทำงานสะสมเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ก็อาจส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ

แหล่งข้อมูล -

  1. McEwen, B. S. (2017). The End of Stress as We Know It. Washington, DC: Joseph Henry Press.
  2. World Health Organization. (2022). World Mental Health Report: Transforming Mental Health for All. Geneva, Switzerland: World Health Organization.